ReadyPlanet.com
dot
dot
งานประชุมวิชาการ
dot
bulletInternational conference on IFFA 2018
dot
หนังสือดีออกใหม่ (New good book)
dot
bulletหนังสือเรื่อง อนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระ
dot
SFRR
dot
bulletSFRR-INTERNATIONAL
bulletSFRR-JAPAN
bulletSFRR-KOREA
bulletSFRR-INDIA
bulletSFRR-CHINA
bulletSFRR-AFRICA
bulletSFRR-AUSTRALASIA
bulletSFRR-EUROPE
bulletSFRBM
bulletSFRR THAILAND
bulletSFRR ASIA
bulletLinks


บทความ

อนุมูลอิสระ (Free Radicals) คืออะไร?

          ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นหรือได้รับผลกระทบของอนุมูลอิสระ (free radicals) ในหลายรูปแบบ เช่น อนุมูลอิสระทำให้วัสดุโลหะหลายชนิดเปลี่ยนแปลง เป็นสนิม ผุกร่อน ทำให้แผ่นพลาสติกโปลีเมอร์แตกร้าว และเสื่อมสลายไปในที่สุด และทำให้น้ำมันหรือไขมันประเภทไม่อิ่มตัวที่ทิ้งไว้นานมีกลิ่นเหม็นหืนและ อาจมีรสเปรี้ยว ทำให้น้ำมันพืช  ที่ถูกทอดด้วยความร้อนสูง เปลี่ยนเป็นสีคล้ำ น้ำตาล และสีดำ ร่างกายเราที่แก่ มีผิวหนังที่เหี่ยวย่น ผมที่หงอกขาว ดวงตาที่ฝ้าฟาง ปรากฏการณ์ดังกล่าว คือ ผลพวงจากอนุมูลอิสระทั้งสิ้น หากเรามองเห็นเป็นธรรมะ ก็คือ เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเป็นอนิจจังของสังขารวัสดุที่ไม่เที่ยงเหล่า นี้ได้

          จากความรู้พื้นฐานทางเคมี อนุมูลอิสระทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) กระบวนการเกิดและการทำลายอนุมูลอิสระเป็นปฏิกิริยาทางเคมี การต้านหรือกสนหยุดยั้งอนุมูลอิสระเป็นปฏิกิริยารีดักชัน (reduction) ออกซิเดชันรวมกับรีดักชันกลายเป็น ปฏิิกิริยารีด๊อกซ์ (Redox reaction) ใน หลอดทดลองนอกร่างกาย การเกิดออกซิเดชันและรีดักชันเขียนเป็นสมการเคมีได้ค่อนข้างง่าย  แต่ในสภาพทางชีวภาพที่เกิดในร่างกายเรานั้นค่อนข้างซับ ซ้อนยุงยากกว่าหลายเท่า เพราะว่ามีชนิดสารชีวโมเกลุจำนวนมาก มีปฏิกิริยาเคมีที่หลากหลายขั้นตอนสลับซับซ้อนมากขึ้น ผู้ที่ต้องการศึกษาอนุมูลอิสระและการทำงานของมันให้ลึกซึ้ง ควรมีความรู้การเกิดปฏิกิริยาทางเคมีพื้นฐาน ด้านออกซิเดชั นละ สารต้านออกซิเดชันหรืออนุมูลอิสระ ในเว๊บไซต์ล่างนี้ ให้ดีด้วย

  • ..สารพิษในควันบุหรี่ อาหารทอด ปิ้งย่าง สุรา ในชีวิตประจำวันทำให้เพิ่มอนุมูลอิสระแก่ร่างกายได้
  • อนุมูลอิสระ คืออะไร? โดย ผศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย และ อ.ริญ เจริญศิริ
  • อนุมูลอิสระ(free radicals) เป็นสารที่มีโมเลกุลหรืออะตอมซึ่งมีอิเล็กตรอนอยู่เพียง 1 ตัวในวงโคจรรอบนอกสุดซึ่งปกติจะมีอิเล็กตรอนอยู่เป็นคู่ โครงสร้างอะตอมหรือโมเลกุลของอนุมูลอิสระจึงเขียนโดยมีจุดยกกำลัง(·)ไว้ ทางด้านหน้าหรือด้านหลังอะตอมหรือโมเลกุลเสมอ จุดดังกล่าวเป็นสัญญลักษณ์ของอิเล็กตรอนที่ไร้คู่ อนุมูลอิสระที่พบบ่อย เช่น hydroxyl free radical (·OH·), superoxide radical (·O2)

    การ มีอิเล็กตรอนไร้คู่ทำให้โมเลกุลไม่เสถียร มีปฏิกิริยาว่องไวมาก สามารถทำปฏิกิริยาเคมีกับโมเลกุลอื่นได้ง่ายและทันที เพื่อดึงเอาอิเล็กตรอนหนึ่งตัวจากโมเลกุลหรือสารเหล่านั้นมาไว้ในตัวมันเอง ทำให้มันมีความคงตัวมากขึ้น ปฏิกิริยาเคมีในการลดอิเล็กตรอนหรือออกซิเดชัน (oxidation) คล้ายกับปฏิกิริยาที่เกิดสนิมเหล็ก คือ เหล็กเฟอร์รัส (Fe++) à เหล็กเฟอร์ริก(Fe+++)

    การดึงเอาอิเล็กตรอน หนึ่งตัวจากโมเลกุลใด ๆ จะทำให้โมเลกุลหรือสารเหล่านั้นมีโอกาสที่จะกลายเป็นอนุมูลอิสระตัวใหม่และ ไม่เสถียร มันต้องหาทางดึงอิเล็กตรอนจากโมเลกุลอื่นที่เสถียรมาไว้ต่อไปเรื่อย  ๆ จนเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ออกซิเดชันซึ่งกระจายหรือขยายตัวออกไปมากขึ้นได้ หากขาดสารต้านอนุมูลอิสระ ปฏิกิริยาลูกโซ่ไม่หยุดยั้งได้ จะมีความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress)  ปฏิกิริยาออกซิเดชันจะทำให้มีการทำลายชีวโมเลกุลต่าง ๆ เช่น ไขมันจะเปลี่ยนเป็น lipid peroxides โปรตีนจะเสียสภาพธรรมชาติ (denatured  protein) หรือโครงร่างโปลีเมอร์โปรตีนผิดปกติ  พันธะจับคู่ระหว่าง DNA base pair จะเปลี่ยนการจับคู่กัน  และโครงสร้างเคมีของดีเอนเอจะแตกหักออกจากกัน ฯลฯ

    อนุมูลอิสระสามารถเกิดได้ทุกแห่งในน้ำ ของเหลว ก๊าซ อากาศ และของแข็ง ในสิ่งแวดล้อมและในร่างกาย มักเกิดโดยเมแทบอลิสม์ที่มีการใช้ออกซิเจนมาก อนุมูลอิสระมีประโยชน์ต่อการเกิดสารพลังงานสูง การทำลายเชื้อโรค และต่อต้านโรค ได้ ภายใต้การควบคุมของร่างกาย แต่ ในขณะเดียวกัน หากมีปริมาณมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดความชรา การแก่ก่อนวัย โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด โรคทางเดินหายใจ ต้อกระจก โรคความจำเสื่อม โรคเบาหวาน หอบหืด การอักเสบ และโรคอื่น ๆ อีก จากผลเสียหายของอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจึงได้ นักวิจัยจึงพยายามแสวงหาสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชผักและผลไม้ เพื่อนำมาใช้ในการยับยั้งและป้องกันอนุมูลอิสระในร่างกาย ลดผลกระทบและป้องกันภาวะเสื่อมสภาพและโรคหลาย ๆ โรคได้

    สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)

    สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) คืออะไร? จาก OK Nation blog คำว่า "Antioxidant" แปลตรง ๆ ว่า สารต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเกิดจากอนุมูลอิสระ จึงสามารถป้องกันการเกิดออกซิเดชันของไขมัน หรือ  lipid peroxidation ที่ทำให้น้ำมันเกิดการเหม็นหืน รวมทั้งการป้องกัน  protein oxidative damage, DNA oxidation, mutation ที่่เป็นส่วนหนึ่งของการเสื่อมสภาพ การแก่ชรา การเกิดโรคมะเร็ง การเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ 

ภาวะเครียดออกซิเดชัน คืออะไร? (Oxidative Stress) ทำให้เกิดโรคมะเร็งและโรคอื่น ๆ ได้อย่างไร?

  • ภาวะเครียดออกซิเดชัน คือ ภาวะที่มีอนุมูลอิสระมากเกิน แต่ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอ และส่งผลให้เกิดการทำลายดีเอ็นเอ โปรตีน ไขมัน และโมเลกุลอื่น ๆจัดเป็นการทำลายแบบออกซิเดชัน (oxidative damage) โมเลกุลเป้าหมายที่เกิด oxidative damage ได้แก่ ดีเอ็นเอ โปรตีน และไขมัน ผลเสียหายต่อโมเลกุลเป้าหมายและเซลล์จะขึ้นกับลักษณะของโครงสร้างโมเลกุล ชนิดเซลล์ ชนิดอวัยวะ และความรุนแรงของภาวะเครียดออกซิเดขันที่เกิดขึ้น หากเกิดประจำต่อเนื่อง ก็จะทำให้้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบางหวาน โรคทางระบบประสาท  ภาวะเสื่อมสภาพ และ แก่ก่อนวัย
  • งานวิจัยรายงานว่า โรคหลายชนิดมาจากการทำลายโดยรออกซิเดชั่นของดีเอ็นเอ โปรตีน และไขมัน  oxidative stress อาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระบวนการเกิดโรค และส่งผลให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อ เช่น การติดเชื้อ การบาดเจ็บ การได้รับสารพิษ และ ภาวะอื่นๆ อาจเป็นต้นเหตุของการสร้างและสะสมของอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดพยาธิสภาพของโรคต่อไป โดยภาวะที่ไม่สมดุลระหว่าง อนุมูลอิสระกับสารต้านอนุมูลอิสระ อาจเสี่ยงต่อการโรคและภาวะต่างๆ ดังนี้คือ

    1. โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular diseases)

    2. โรคมะเร็ง (cancer)

    3. โรคเบาหวาน (diabetes) ชนิดที่่ 2

    4. โรคทางระบบประสาท (neurological diseases) เช่น ความจำเสื่อม (Alzheimer's disease)

    5. โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน (immune diseases) เช่น โรคภูมิเพี้ยน (Lupus , LSD)

    6. โรคตา (eye diseases)เช่น ต้อกระจก

    7. ภาวะชราภาพ (aging process)

  • การลดหรือการป้องกันภาวะเครียดออกซิเดชัน โดยการลดสารหรือสิ่งที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ และโดยการเพิ่มสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็นประจำจะป้องกันการเกิดโรคได้ ติดตามอ่านในเว๊บที่แนะนำมา
  1. สารต้านอนุมูลอิสระ ในผักผลไม้ อ่านที่นี่ 
  2. Polyphenots in foods VDO
  3. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอาหารบำบัดโรคมะเร็ง
  4. น้ำหมักชีวภาพและโรคมะเร็ง (Probiotics and Cancer)

บทความเรื่อง

 

อาหารและโยคะช่วยบำรุุงสายตา มองเห็นโดยไม่้ต้องใส่แว่น

อาหารบำรุุงสายตา
ากรายงานในวารสาร

         ผักผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระมาก ทำให้สารตาดี ไม่ต้องใส่แว่น สารสีแดง เหลือง ม่วง น้ำเงิน เขียวเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ต้านความเสื่อมสภาพของสายตา ตาจึงไม่สั้น ไม่ยาว ไม่มีต้อกระจดก ฯลฯ การได้รับสารต้านอนุมูลิสระในอาหารมังสวิรัติเป็นประจำ ได้แ่ก่ ผัก ผลไม้ และธัญพืช ซึ่่งมีหลากหลายสี จะทำให้เรามีสายตาดี มองเห็นชัดเจนโดยไม่้ต้องใส่แว่น

             การดูแลสุขภาพดวงตาง่ายๆ ด้วยโยคะสายตา (Yoga to strengthen your eyes)

ชีวิตยุคไอที การใช้งานคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ทันสมัย
เพื่อทำงาน หรือติดตามข่าวสาร จำเป็นต้องใช้สายตาจ้องมองเป็นเวลานาน การดูแลสุขภาพดวงตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เทคนิคเพื่อบริหารดวงตาให้มีสุขภาพดี นั้นมีหลากหลาย โยคะมีการบริหารดวงตา โดยต้องถอดแว่นหรือคอนแทคเลนส์ออกก่อน แล้วทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 หลับตาแล้วถูฝ่ามือสองข้างเข้าหากันไปมาอย่างเร็วจนรู้สึกร้อน

ขั้นตอนที่ 2
ประคบฝ่ามือทั้งสองข้างนาบกับหนังตานานประมาณ 1 นาที ให้รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่จากฝ่ามือสู่ดวงตา

ขั้นตอนที่ 3
ผ่อนคลายความเคร่งเครียดทั้งมวลลงพร้อมทั้งหายใจลึกๆ นำมือออก ลืมตาขึ้น

ขั้นตอนที่ 4
เคลื่อนสายตาจากซ้ายไปขวา โดยมองไปยังที่ไกลๆ จากมุมซ้ายสุด
แล้วกวาดสายตาไปยังมุมขวาสุด ทำซ้ำกัน 4 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 5
ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-3 แล้ว เคลื่อนสายตาจากมุมขวาบนไปยังมุมซ้ายล่างเป็นเส้นทแยงมุม ทำซ้ำๆ กัน 4 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 6
ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-3 แล้ว เคลื่อนสายตาโดยกวาดสายตาเป็นวง
(ทิศทางตามเข็มนาฬิกา) ทำซ้ำกัน 4 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 7
ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-3 แล้ว เคลื่อนสายตาจากบนสุดลงมายังจุดล่างสุด
โดยมองไปยังจุดไกลๆ ที่สุดด้านบนแล้วกวาดสายตาลงมายังจุดด้านล่างอย่างช้าๆ
ทำซ้ำกัน 4 ครั้ง

ขั้นตอนง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตนเองเพียงแค่นี้ แต่ต้องทำเป็นประจำ ไม่ขี้เกียจ  ก็สามารถดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดี

ที่มา: เคล็ดลับ...เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดีของคุณ

รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด

วิดีโอนี้น่าสนใจ ทำง่าย ๆ

  1. เป็นการดูแลสุขภาพดวงตาง่ายๆ ด้วยการนวดบริเวณดวงตา UTUBE
  2. โยคะลูกตาและสายตา ดูวิดีโอที่นี่






Copyright © 2010 All Rights Reserved.